ชวนชม (Desert Rose)
วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559
DetailFinal1
“สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤต
แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้น หรือการเคลื่อนที่ย้ายที่ หมายถึง
เวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งทุก ๆ เดือน เรียกว่า
สงกรานต์เดือน ยกเว้นเมื่อย้ายจากราศีมีนสู่ราศีเมษ ซึ่งเป็นสงกรานต์ปี
จะเรียกชื่อพิเศษว่า “ มหาสงกรานต์” จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่โดยวิธีนับทางสุริยคติ
(วิธีนับวันและเดือนโดยถือกำหนดตำแหน่งดวงอาทิตย์เป็นหลัก)
ดังนั้นการกำหนดนับวันสงกรานต์จึงตกอยู่ในระหว่างวันที่ ๑๓, ๑๔ และ ๑๕ เมษายน ซึ่งทั้ง ๓ วันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้ คือ
วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า มหาสงกรานต์ หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ราศีเมษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ผ่านการเข้าสู่ราศีอื่นๆ แล้ว ครบ ๑๒ เดือน
วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา หมายถึง การที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าอยู่ราศีเมษประจำที่เรียบร้อยแล้ว
วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือวันขึ้นศกคือวันที่เริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่การที่ กำหนดให้ อยู่ในวันนี้นั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่าดวงอาทิตย์ โคจรขาดจากราศีมีนขึ้นสู่ราศีเมษแน่นอนแล้วอย่างน้อย ๑ องศา
วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า มหาสงกรานต์ หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์ก้าวขึ้นสู่ราศีเมษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ผ่านการเข้าสู่ราศีอื่นๆ แล้ว ครบ ๑๒ เดือน
วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา หมายถึง การที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าอยู่ราศีเมษประจำที่เรียบร้อยแล้ว
วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือวันขึ้นศกคือวันที่เริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่การที่ กำหนดให้ อยู่ในวันนี้นั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่าดวงอาทิตย์ โคจรขาดจากราศีมีนขึ้นสู่ราศีเมษแน่นอนแล้วอย่างน้อย ๑ องศา
สงกรานต์
เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยประเพณีหนึ่งที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณคู่กับประเพณีตรุษ
หรือที่เรียกกันรวม ๆ ว่าประเพณีตรุษสงกรานต์
ซึ่งหมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของไทยก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมาใช้วันที่
๓๑ ธันวาคม เป็นวันส่งท้ายปีเก่า และวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เมื่อ พ.ศ.
๒๔๘๓ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
“ ตรุษ ” เป็นภาษาทมิฬ ใช้ในชนเผ่าหนึ่งทางอินเดียตอนใต้ แปลว่า ตัด หรือ ขาด คือตัดปี หรือขาดปี หมายถึง การสิ้นปีนั่นเอง ตามปกติการกำหนดวันตรุษหรือวันสิ้นปีจะถือหลักทางจันทรคติ (วิธีนับวันและเดือนโดยถือเอาการเดินของดวงจันทร์เป็นหลัก) คือวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๔
ทางภาคเหนือ เรียกต่างกันไปบ้าง
แต่ก็เข้าใจง่ายดี ดังนี้ วันที่ ๑๓
เมษายน เรียกว่า วันสังขารล่อง คงหมายถึง ร่ายกาย จิต วิญญาณเก่า ๆ
ของปีเก่ากำลังผ่านพ้นไป วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า
วันเน่า หรือวันเนา ส่วนวันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า
วันพญาวัน ซึ่งก็หมายถึงวันสำคัญวันแรกของปีใหม่นั่นเอง
สงกรานต์เป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย
ซึ่งได้ยึดถือปฏิบัติมาเนิ่นนาน บรรพบุรุษของเราได้กำหนด
ธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างชัดเจนสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ
เป็นความงดงาม ซึ่งบ่งบอกถึงคุณลักษณะของความเป็นไทยอย่างแท้จริง
เช่น ความกตัญญู ความโอบอ้อมอารี
ความเอื้ออาทรทั้งต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
กิจกรรมที่ทำในวันสงกรานต์
พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เราได้ถือปฏิบัติสืบต่อ ๆ กันมานั้น
มีความมุ่งหมายให้เกิดความสงบสุขแก่จิตใจ ครอบครัว และ สังคมเป็นสำคัญ
กิจกรรมที่ทำก็มีอย่างหลากหลายและมีเหตุผลในการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น
ซึ่งสามารถประมวลกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดได้ดังต่อไปนี้
เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล
และต้อนรับชีวิตใหม่ที่จะเริ่มต้นในวันปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง กิจกรรมที่ทำ ได้แก่
- การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
เครื่องใช้ข้าวของต่าง ๆ รวมทั้งสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น วัด ศาลา บริเวณชุมชน
เป็นต้น
- การเตรียมเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ไปทำบุญ รวมทั้งเครื่องประดับตกแต่งต่าง ๆนอกจากนี้ ยังมีผ้าสำหรับไปไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรดน้ำขอพรด้วย
- การเตรียมอาหารในการไปทำบุญ ทั้งของคาวของหวาน ที่พิเศษ ได้แก่ การเตรียมขนมที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของวันตรุษและวันสงกรานต์ นั่นคือ ข้าวเหนียวแดงสำหรับวันตรุษ และขนมกวนหรือกาละแม สำหรับวันสงกรานต์
เมื่อถึงวันสงกรานต์ เป็นเวลาที่ทุกคนจะยิ้มแย้มแจ่มใส ทำใจให้เบิกบาน เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
- การทำบุญ ตักบาตรตอนเช้า หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด เพื่อสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้รู้จักการให้ การเสียสละ โดยมิมุ่งหวังสิ่งใดตอบแทน
- การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว
การทำบุญอัฐิ อาจจะทำตอนไหนก็ได้ เช่น หลังจากพระภิกษุสามเณรฉันเพลแล้ว หรือจะนิมนต์พระมาสวดมนต์ ฉันเพลที่บ้าน แล้วบังสุกุลก็ได้
- การทำบุญอัฐิ อาจจะนิมนต์พระไปยังสถานที่เก็บหรือบรรจุอัฐิ หากไม่มีให้เขียนชื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วลงในกระดาษ เมื่อบังสุกุลเสร็จจึงเผากระดาษแผ่นนั้นเสีย เช่นเดียวกับการเผาศพ
- การสรงน้ำพระ มี ๒ แบบ คือ การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร และการสรงน้ำพระพุทธรูป
การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร จะใช้แบบเดียวกับอาบน้ำ คือ การใช้ขันตักรดที่ตัวท่าน หรือที่ฝ่ามือก็ได้ แล้วแต่ความนิยม หากเป็นการสรงน้ำแบบอาบน้ำพระ จะมีการถวายผ้าสบงหรือถวายผ้าไตรตามแต่ศรัทธาด้วย
การสรงน้ำพระพุทธรูป อาจจะจัดเป็นขบวนแห่ หรือ เชิญมาประดิษฐานในที่อันเหมาะสม การสรงน้ำจะใช้น้ำอบ น้ำหอม หรือน้ำที่ผสมด้วยน้ำอบ น้ำหอมประพรมที่องค์พระ
- การก่อพระเจดีย์ทราย จะทำในวันใดวันหนึ่งระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน โดยการขนทรายมาก่อเป็นเจดีย์ขนาดต่าง ๆ ในบริเวณวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วัดได้ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง หรือถมพื้นต่อไป ถือเป็นการทำบุญอีกลักษณะหนึ่งที่ได้ทั้งบุญและความสนุกสนาน
-การปล่อยนก ปล่อยปลา เป็นการทำบุญทำทานอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะการปล่อยนก ปล่อยปลาที่ติดกับดัก บ่วง ให้ไปสู่อิสระ หรือปลาที่อยู่ในน้ำตื้น ๆ ซึ่งอาจจะตายได้ หากปล่อยให้อยู่ในสภาพแบบเดิม
- การเตรียมเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ไปทำบุญ รวมทั้งเครื่องประดับตกแต่งต่าง ๆนอกจากนี้ ยังมีผ้าสำหรับไปไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรดน้ำขอพรด้วย
- การเตรียมอาหารในการไปทำบุญ ทั้งของคาวของหวาน ที่พิเศษ ได้แก่ การเตรียมขนมที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของวันตรุษและวันสงกรานต์ นั่นคือ ข้าวเหนียวแดงสำหรับวันตรุษ และขนมกวนหรือกาละแม สำหรับวันสงกรานต์
เมื่อถึงวันสงกรานต์ เป็นเวลาที่ทุกคนจะยิ้มแย้มแจ่มใส ทำใจให้เบิกบาน เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
- การทำบุญ ตักบาตรตอนเช้า หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด เพื่อสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้รู้จักการให้ การเสียสละ โดยมิมุ่งหวังสิ่งใดตอบแทน
- การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว
การทำบุญอัฐิ อาจจะทำตอนไหนก็ได้ เช่น หลังจากพระภิกษุสามเณรฉันเพลแล้ว หรือจะนิมนต์พระมาสวดมนต์ ฉันเพลที่บ้าน แล้วบังสุกุลก็ได้
- การทำบุญอัฐิ อาจจะนิมนต์พระไปยังสถานที่เก็บหรือบรรจุอัฐิ หากไม่มีให้เขียนชื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วลงในกระดาษ เมื่อบังสุกุลเสร็จจึงเผากระดาษแผ่นนั้นเสีย เช่นเดียวกับการเผาศพ
- การสรงน้ำพระ มี ๒ แบบ คือ การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร และการสรงน้ำพระพุทธรูป
การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร จะใช้แบบเดียวกับอาบน้ำ คือ การใช้ขันตักรดที่ตัวท่าน หรือที่ฝ่ามือก็ได้ แล้วแต่ความนิยม หากเป็นการสรงน้ำแบบอาบน้ำพระ จะมีการถวายผ้าสบงหรือถวายผ้าไตรตามแต่ศรัทธาด้วย
การสรงน้ำพระพุทธรูป อาจจะจัดเป็นขบวนแห่ หรือ เชิญมาประดิษฐานในที่อันเหมาะสม การสรงน้ำจะใช้น้ำอบ น้ำหอม หรือน้ำที่ผสมด้วยน้ำอบ น้ำหอมประพรมที่องค์พระ
- การก่อพระเจดีย์ทราย จะทำในวันใดวันหนึ่งระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน โดยการขนทรายมาก่อเป็นเจดีย์ขนาดต่าง ๆ ในบริเวณวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วัดได้ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง หรือถมพื้นต่อไป ถือเป็นการทำบุญอีกลักษณะหนึ่งที่ได้ทั้งบุญและความสนุกสนาน
-การปล่อยนก ปล่อยปลา เป็นการทำบุญทำทานอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะการปล่อยนก ปล่อยปลาที่ติดกับดัก บ่วง ให้ไปสู่อิสระ หรือปลาที่อยู่ในน้ำตื้น ๆ ซึ่งอาจจะตายได้ หากปล่อยให้อยู่ในสภาพแบบเดิม
วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559
ความประทับใจ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
ในการมาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดแห่งนี้ทำให้ได้เรียนรู้อะไรแปลกใหม่ๆหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล การรู้จักใช้จ่ายเงินให้เพียงพอและประหยัดที่สุด การไปเรียนโดยที่ไม่มีพ่อแม่คอยรับคอยส่ง เราต้องรู้จักการพึ่งพาตนเอง ในตอนมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แรกๆก็ไม่ได้มีความประทับใจอะไรเท่าไหร่ แต่เมื่อเราได้ไปเรียนทุกวัน เริ่มได้รู้จักกับเพื่อนๆมากขึ้น ก็เริ่มมีความประทับใจอะไรหลายๆอย่าง การที่มาอยู่ในที่แปลกใหม่ก็ทำให้ต้องปรับตัวอะไรหลายอย่างเพื่อให้เข้ากับสถานที่นั้นๆ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการมาเรียนที่นี่เลย
มหาวิทยาลัยที่มีความร่มรื่นเงียบสงบเหมาะแก่การเรียน การสอน นักศึกษาที่มาจากหลายๆสถาบันหลายๆ แห่งมารวมกันก็ย่อมที่จะมีการปรับตัวเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ ถึงแม้จะมีการพูดหรือภาษาพูดที่แตกต่างกันออกไปก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพูดคุยทำความรู้จักกัน จริงๆความประทับใจในการมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็มีมากมาย แต่ที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดก็คงจะเป็นในเรื่องเพื่อนๆ เนื่องจากเพื่อนๆในห้องคอยให้ความช่วยเหลือเราในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะคอยรับคอยส่งในการไปเรียน การคอยช่วยเหลือเรื่องงานเรื่องการบ้าน งานกลุ่มที่คอยช่วยกันทำไม่เกี่ยงงาน หรือแม้กระทั่งช่วยกันติวในช่วงเวลาที่มีการสอบ ทำให้รู้สึกประทับใจมากเลย เพราะตอนอยู่ที่สถานศึกษาเดิมไม่เคยมีแบบนี้ อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่าเพื่อนไม่ทิ้งเรา เราต้องจบพร้อมกันแน่ถ้าเรามีความพยายาม ความขยัน ความอดทนในการเรียน นอกจากเรื่องเรียนแล้วก็ยังมีเรื่องกิจกรรมที่เพื่อนๆ คอยให้ความช่วยเหลือกันช่วยกันเสนอความคิดเห็นต่างๆระดมความคิดเพื่อให้กิจกรรมต่างๆออกมาสำเร็จลุล่วง ทำให้ภายในห้องสามัคคีกันมากขึ้นและสนิทกันมากขึ้นอีกด้วย ในการเรียนนั้นถ้าคนไหนที่เรียนเก่งแต่ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนๆก็จะทำให้เพื่อนไม่อยากที่จะคบด้วย แต่ในเพื่อนๆในห้องไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็คอยจะช่วยเหลือ แบ่งปันความรู้ให้คำปรึกษากันอยู่ตลอด ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจเพื่อนๆในห้องเป็นอย่างมาก
แม้มันจะไม่ได้ดูสำคัญมากมายอะไรแต่ก็อยากที่จะขอบคุณมหาวิทยาลัย ขอบคุณเพื่อนๆในห้องทุกคนที่ทำให้เราได้มารู้จักสนิทสนมกัน คอยช่วยเหลือในเรื่องต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องกิจกรรม หรือเรื่องอะไรก็ตามล้วนแต่ที่ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจอย่างมาก จากที่กล่าวมาทั้งหมดก็เป็นความประทับใจเล็กๆน้อยๆของดิฉันที่ได้มาเรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด แห่งนี้
วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559
การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์ ชวนชมทำได้ 2 วิธี คือ
1. การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การเสียบกิ่ง ตอนกิ่ง และปักชำ
เป็นต้น
ต้นพืชที่ได้จะมีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการเป็นการขยายพันธุ์ที่มีวัตถุประสงค์เชิงการค้า
2. การขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยการผสมเกสร ลูกผสมที่ได้จะมีความแปรปรวนทางพันธุกรรมสูงในด้ารรูปทรง ใบ ดอก และสี ที่แตกต่างจากต้นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ เป็นการสร้างลูกผสมใหม่ออกมาเพื่อคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดีตามความต้องการของผู้ปลูกเลี้ยง
วิธีการขยายพันธุ์ชวนชมที่นิยม ได้แก่
1. การเพาะเมล็ดชวนชม
2. การขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยการผสมเกสร ลูกผสมที่ได้จะมีความแปรปรวนทางพันธุกรรมสูงในด้ารรูปทรง ใบ ดอก และสี ที่แตกต่างจากต้นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ เป็นการสร้างลูกผสมใหม่ออกมาเพื่อคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดีตามความต้องการของผู้ปลูกเลี้ยง
วิธีการขยายพันธุ์ชวนชมที่นิยม ได้แก่
1. การเพาะเมล็ดชวนชม
2. บีบดูไม่ลีบหรือฝ่อเปลือกหุ้มเมล็ดแข็งไม่หลวมหรือหลุดร่อน
3. มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่นานมากและไม่ขึ้นรา
** หากได้เมล็ดที่มีคุณสมบัติตามนี้โอกาสในการงอกจะสูงตามมาด้วยทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับขั้นตอนการเพาะเป็นส่วนประกอบสำคัญ
วิธีการเพาะเมล็ด
1. นำเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว
ไปแช่น้ำยาเร่งราก B1 ประมาณ 5-10 นาที
หรือจะแช่น้ำเปล่าแทนก็ได้เพื่อให้เมล็ดอมน้ำและงอกได้เร็วขึ้น
2. นำขุยมะพร้าวมาร่อนเอาเส้นใยที่ติดมาออก เลือกใช้แต่ขุยมะพร้าวล้วนๆโดยใช้ตะกร้าที่จะนำมาเพาะเป็นตะแกรงร่อน
3. นำกาบมะพร้าวสับหยามมารองก้นตะกร้าเพื่อการระบายน้ำและประหยัดขุยมะพร้าว ประมาณครึ่งตะกร้า
4. โรยขุยมะพร้าวที่ร่อนไว้ทับกาบมะพร้าวสับหยามให้หนาประมาณ 2-3 ซม.ใช้ฝักบัวรดน้ำให้ชุ่ม แล้วใช้ฟุตหล็กเซาะร่องโดยออกแรงกดแล้วเลือนเดินหน้าถอยหลังให้เกิดร่อง ความลึกพอประมาณ
5. เรียงเมล็ดลงไปตามร่องตามแนวนอนจะใช้ปากคีบหรือมือเรียงก็ได้แล้วแต่ถนัดครับ เว้นช่องว่างให้เท่า ๆเวลาต้นกล้าขึ้นจะได้เป็นแถว สวยงาม ในที่นี้ร่องละประมาณ 11 เมล็ด ครับ
6. เมื่อเรียงเมล็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำขุยมะพร้าวปนที่ร่อนเตรียมไว้ มาโรยทับเมล็ดอีกครับบาง ๆ ประมาร 0.5 เซนติเมตรถ้าหากหน้าเกินไปจะทำให้ต้นก็งอกขึ้นมาไม่ได้ เพาะต้นชวนชมโดยธรรมชาติแล้วจะงอกขึ้นมาจากผิวดินแล้วแทงรากลงไปในดิน ไม่ได้แทงหน่อขึ้นมาจากได้ดินหากขุยมะพร้าวที่โรยทับหนาเกินไปจนต้นกล้าไม่สามารถดันขึ้นมาได้จะทำให้เน่าเสียหาย
2. นำขุยมะพร้าวมาร่อนเอาเส้นใยที่ติดมาออก เลือกใช้แต่ขุยมะพร้าวล้วนๆโดยใช้ตะกร้าที่จะนำมาเพาะเป็นตะแกรงร่อน
3. นำกาบมะพร้าวสับหยามมารองก้นตะกร้าเพื่อการระบายน้ำและประหยัดขุยมะพร้าว ประมาณครึ่งตะกร้า
4. โรยขุยมะพร้าวที่ร่อนไว้ทับกาบมะพร้าวสับหยามให้หนาประมาณ 2-3 ซม.ใช้ฝักบัวรดน้ำให้ชุ่ม แล้วใช้ฟุตหล็กเซาะร่องโดยออกแรงกดแล้วเลือนเดินหน้าถอยหลังให้เกิดร่อง ความลึกพอประมาณ
5. เรียงเมล็ดลงไปตามร่องตามแนวนอนจะใช้ปากคีบหรือมือเรียงก็ได้แล้วแต่ถนัดครับ เว้นช่องว่างให้เท่า ๆเวลาต้นกล้าขึ้นจะได้เป็นแถว สวยงาม ในที่นี้ร่องละประมาณ 11 เมล็ด ครับ
6. เมื่อเรียงเมล็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำขุยมะพร้าวปนที่ร่อนเตรียมไว้ มาโรยทับเมล็ดอีกครับบาง ๆ ประมาร 0.5 เซนติเมตรถ้าหากหน้าเกินไปจะทำให้ต้นก็งอกขึ้นมาไม่ได้ เพาะต้นชวนชมโดยธรรมชาติแล้วจะงอกขึ้นมาจากผิวดินแล้วแทงรากลงไปในดิน ไม่ได้แทงหน่อขึ้นมาจากได้ดินหากขุยมะพร้าวที่โรยทับหนาเกินไปจนต้นกล้าไม่สามารถดันขึ้นมาได้จะทำให้เน่าเสียหาย
การดูแล : ให้รดน้ำผสมยาป้องกันเชื้อราพอหมาดๆ
วางภาชนะเพาะในที่มีแสงรำไรอย่าให้ถูกแสงแดดโดยตรง รดน้ำวันละ 1 ครั้งสังเกตุผิวหน้าของขุยมะพร้าวถ้าหากยังไม่แห้งก็ไม่ควรรดน้ำ ประมาณ 3-7
วันเมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้นอ่อน
เทคนิคเล็กๆที่ช่วยไม่ให้เกิดความเสียหายของกล้าคือการช่วยเปิดจุกเมื่อต้นกล้างอกขึ้นมาจะสังเกตเห็นเปลือกที่ครั้งหนึ่งเคยหุ้มเมล็ดจะเลื่อนไปอยู่บริเวณส่วนยอดของต้นกล้าบางต้นสามารถหลุดออกได้เองแต่บางต้นไม่ยอมหลุดหากปล่อยทิ้งไว้เปลือกหุ้มดังกล่าวจะแห้งและบีบรัดส่วนปลายยอดจนต้นกล้าไม่สามารถกางใบได้และเน่า
ปลายด้วนในที่สุดทางแก้ไขคือต้องช่วยเขี่ยออกเมื่อรดน้ำเสร็จใหม่เพราะเปลือกเมล็ดที่เปียกน้ำจะยุ่ยและแกะออกง่ายเมื่อต้นกล้ามีใบเลี้ยงประมาณ
4-5 ใบ จึงเริ่มให้อาหารเสริม
ฮอร์โมนและยาป้องกันเชื้อราอ่อนๆ ประมาณสัปดาห์ละครั้ง เมื่อต้นชวนชมมีอายุ 1-2
เดือนจึงแยกไปปลูกในกระถางเดี่ยวต่อไป
2. การตอนกี่งชวนชมโดยวิธีการบากกิ่ง
1. หากี่งชวนชมสายพันธุ์ที่ต้องการขนาดกำลังดี
ไม่อ่อนเเละไม่เเก่จนเกินไปขนาดตั้งเเต่ 1 cm.ขึ้นไป
เเละบากกี่งด้วยมีดบางคมๆที่สะอาดทั้งด้านซ้ายเเละด้านขวา
เฉียงขึ้นไปทางยอดกี่งเป้นรูปปากฉลาม
2. บากกี่งด้านขวา
3. วัสดุที่ใช้หุ้มกิ่งก็เป็นขุยมะพร้าวกับเเผ่นพลาสติก (เมื่อก่อนใช้เปลือกมะพร้าวเเช่น้ำตัดเป็นเเท่งๆเเล้วทุบให้เป้นเเผ่นๆสี่เหลี่ยมผืนผ้าส่วนชั้นนอกสุดก็หุ้มด้วยใบตองเเห้งเเละมัดด้วยเชือกกล้วย)
4. นำขุยมะพร้าวเเละเเผ่นพลาสติกมาห่อหุ้มตรงรอยบากให้อยู่ระหว่างกึ่งกลางพอดี
5. ห่อหุ้มเเละมัดด้วยเชือกพลาสติกทางด้านล่างก่อน (เเต่ก่อนเป็นเชือกกล้วย)
6. เเล้วจึงตามขึ้นมารัดทางด้านบน..ตามรูป
7. รัดเชือกด้านบนเสร็จเก็บรายละเอียดให้เรียบร้อยเพื่อความสวยงาม
รอเวลาอีกซัก 25-45 วันก็จะได้ชื่นชมผลงานที่ทำเอาไว้...เป็นรากขาวๆใสๆ
เป็นชีวิตใหม่ที่จะดำรงคงอยู่ต่อไป
8. เมื่อเเกะพลาสติกออกจากตุ้มกิ่งตอนก็จะเป็นเเบบนี้
3. วิธีการเสียบยอดต้นชวนชม
การเสียบยอดต้นชวนชมการนำยอดของชวนชมพันธุ์ดีจากต้นหนึ่ง (ต้นแม่)
มาเสียบกับต้นตอชวนชมที่มีความแข็งแรงและสวยงามอีกต้นหนึ่ง
เป็นการเปลี่ยนยอดของพันธุ์เดิมให้เป็นพันธุ์ใหม่ตามยอดที่นำมาเสียบ
ต้นใหม่ที่ได้จะแข็งแรงและฟื้นตัวเร็ว จึงทำให้ชวนชมต้นใหม่สามารถให้ดอกได้เร็วขึ้นนอกจากจะเป็นประโยชน์สำหรับการขยายพันธุ์แล้ว
เทคนิคการเสียบยอดยังสามารถนำไปใช้ตกแต่งต้นชวนชมให้สวยงาม
และเพิ่มมูลค่าให้กับต้นชวนชมได้อีกทางหนึ่งด้วย
การขยายพันธุ์ชวนชมด้วยวิธีการเสียบยอด
1. การเตรียมต้นตอ : นิยมใช้ชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด
อายุ 5-7 เดือนขึ้นไปมาเป็นต้นตอหรือใช้พันธุ์พื้นเมืองที่โตเต็มที่
เลือกเอาต้นที่แข็งแรงไม่เป็นโรคและมีขนาดโตใกล้เคียงกับขนาดของกิ่งพันธุ์
เพื่อรอยแผลที่ต่อจะสนิทกันดีและมีการเจริญเติบโตที่สมดุล
ตัดขวางต้นตอห่างจากโคน 5-10 ซม.
ผ่ากลางกิ่งต้นตอเป็นปากฉลามหรือรูปตัววีลึก 1.5-2 ซม.
ส่วนยอดของต้นตอที่ตัดออกสามารถนำไปปักชำต่อไปได้
2. การเตรียมกิ่งพันธุ์
: ใช้มีดที่คมและสะอาดตัดกิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์จากต้นแม่พันธุ์ที่ต้องการนำไปเสียบกับต้นตอ
ตัดส่วนยอดของกิ่งพันธุ์ออกให้เหลือส่วนโคนยาวประมาณ 3-5 ซม.
ให้มีใบติดอยู่ 1-2 ใบ และมีตาติดอยู่ 2-3 ตา เฉือนโคนกิ่งเป็นรูปลิ่มยาว 1.5-2 ซม.
กะให้สามารถสวมกับต้นตอที่เตรียมไว้ได้พอดี
3. การเสียบยอด
: นำกิ่งพันธุ์ที่เตรียมไว้มาเสียบลงในรอยผ่าของต้นตอ ให้รอยแผลของกิ่งพันธุ์และต้นตอแนบสนิทกัน (ถ้ากิ่งพันธุ์และต้นตอมีขนาดต่างกันมากให้เสียบกิ่งพันธุ์ชิดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง วิธีนี้จะทำให้รอยต่อติดกันเร็วขึ้นและช่วยให้กิ่งพันธุ์เจริญเติบโตได้เร็ว)
ใช้เทปพลาสติกพันรอยต่อให้แน่น
4. การดูแล : คลุมต้นด้วยถุงพลาสติกเพื่อรักษาความชุ่มชื้น (คลุมทั้งกระถาง)
วางกระถางในที่ๆ มีแสงแดดรำไร แต่ไม่จัดมาก
5. การให้น้ำ : เปิดถุงรดน้ำวันละครั้งในตอนเช้า หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ให้เปิดถุงออก และ 2-4 สัปดาห์จึงค่อยแกะเทปพลาสติกที่พันอยู่ออก
รอยต่อจะติดกันสนิท
4. การปักชำกิ่งต้นชวนชม
เป็นวิธีขยายพันธุ์ที่ง่ายและสะดวก
ต้นใหม่ที่ได้จะมีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ การปักชำสามารถทำได้ตลอดทั้งปี
แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงก่อนและหลังฤดูฝน
คือช่วงเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายนและช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม
เพราะในช่วงฤดูฝน ฝนตกชุกอาจทำให้กิ่งชำเน่าได้ง่าย
ส่วนในช่วงฤดูแล้งกิ่งชำอาจจะเจริญเติบโตช้าเพราะอากาศแห้งและร้อนเกินไป
การปักชำกิ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้ 1. เลือกตัดกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไปยาวประมาณ 10-20 ซม. ไม่ต้องลิดใบออก
นอกจากส่วนโคนที่จะเสียบลงในวัสดุปักชำ
2. ตัดโคนกิ่งในแนวเฉียงเป็นรูปปากฉลาม เพื่อสะดวกในการแทงลงในวัสดุชำ
2. ตัดโคนกิ่งในแนวเฉียงเป็นรูปปากฉลาม เพื่อสะดวกในการแทงลงในวัสดุชำ
3. จุ่มโคนกิ่งปักชำลงในน้ำยาเร่งรากเอ็กโซติก 5-10 นาที ทิ้งไว้ให้พอหมาด
4. นำไปปักลงในวัสดุชำที่เป็นส่วนผสมของขี้เถ้าแกลบกับทรายในอัตราส่วน 1:1 โดยปักกิ่งชำให้ลึก 2-3 ซม. กดรอบโคนต้นพอแน่น รดน้ำให้ชุ่มหรือรดด้วยน้ำผสมยาป้องกันเชื้อรา
ลักษณะโดยทั่วไป
ชวนชมเป็นพืชที่มีเนื้อเยื่ออ่อน
เปลือกของลำต้นบาง ต้นและกิ่งก้านกลมมียางใส จัดเป็นพืชในวงศ์ Apocynaceae
ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับลั่นทม พืชในวงศ์นี้มีมากมายถึง 300 สกุลและมากกว่า 1,300 ชนิด มีทั้งไม้ล้มลุก
ไม้เลื้อย ไม้พุ่มและไม้ยืนต้น มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่ทั่วโลก
โดยเฉพาะในป่าเขตร้อน สำหรับชวนชมถูกจัดอยู่ในสกุล Adenium obesum มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา มีหลายชื่อ เช่น Pink Bignonia,
Mock Azalea, Desert Rose, Impala Lily, Kudu Lily และ Sabi
Star
เป็นไม้เนื้ออ่อน อวบน้ำ
ต้นและกิ่งเป็นลำกลม ผิวค่อนข้างเรียบสีเขียวอมเทา เปลือกบาง
แตกกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ
ส่วนโคนของลำต้นพองออกมีขนาดรูปทรงใหญ่เล็กแตกต่างกันไปเรียกว่า " โขด "
มีไว้สำหรับเก็บน้ำเพื่อรักษาสมดุลของต้น
2. โขด
ของชวนชมคือรากที่ใช้สะสมอาหาร
เช่นเดียวกับ เผือก มัน หรือพืชที่มีหัวทั่วไป
มีลักษณะบวมออกเป็นหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดินหรือโผล่ขึ้นเหนือดินมีรูปทรงแตกต่างกันไป
เป็นใบแบบเดี่ยว
ออกเวียนรอบกิ่งคล้ายกังหันหลายๆ ชั้น และออกหนาแน่นตามปลายกิ่ง
ใบของชวนชมมีหลายลักษณะแตกต่างกันขึ้นกับสายพันธุ์ เช่น ใบรูปไข่ ใบรูปหอก
ปลายใบมีทั้งเว้า มน แหลมและใบตัด ขอบใบเรียบ หยักหรือเป็นคลื่น
แผ่นใบหนาแข็งเขียวเข้มเป็นมันหรือบางพันธุ์มีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ที่ใต้ท้องใบ
มีขนาดใหญ่และเล็กแตกต่างกันไป
ชวนชมจะออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง
ช่อหนึ่งประมาณ 10-20 ดอก
มีทั้งแบบบานพร้อมกันทั้งช่อและทยอยบานครั้งละ 4-5 ดอก
บานได้นาน 10-20 วัน ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 8-10 ซม.
กลีบเลี้ยง : มีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ 5
กลีบ รูปรี ปลายแหลม ติดอยู่รอบโคนดอกเหนือฐานรองดอก มีสีแดง เขียว
ชมพูอมแดงหรือเหลืองอมเขียว เมื่อดอกร่วงแล้วกลีบดอกยังติดแน่นอยู่ที่ฐานรองดอก
โคนกลีบดอกหรือหลอดดอก : คือส่วนที่อยู่ต่อจากกลีบเลี้ยงขึ้นมามีลักษณะเป็นทรงกรวยกลมยาว
โคนหลอดเรียวเล็กลงติดกับกลีบเลี้ยง ปลายบานออกติดกับกลีบดอก
กลีบดอก : มี 5
กลีบ เรียงติดอยู่รอบโคนกลีบดอกหรือหลอดดอกคล้ายปากแตร
แต่ละกลีบมีรูปทรงหลายแบบ คือ รูปกลม รูปไข่ รูปแถบและรูปรี
เกสรตัวผู้ : อยู่ตรงส่วนโคนของหลอดดอก
เป็นรูปกระโจมคลุมยอดเกสรตัวเมีย ประกอบด้วยละอองเรณู 5
อันเรียงติดกันบนก้านชูเกสรตัวผู้
มีโคนระยางค์เชื่อมต่อจากปลายเกสรตัวผู้ยาวขึ้นไปตลอดหลอดดอก 5 เส้น ภายในอับละอองเรณูนี้เมื่อแก่พร้อมที่จะผสมเกสร จะมีละอองเกสรตัวผู้มีลักษณะเป็นขุยสีเหลืองละเอียด
เกสรตัวเมีย : อยู่ตรงส่วนโคนของหลอดดอก
ล้อมรอบด้วยเกสรตัวผู้ ประกอบด้วยยอดเกสรตัวเมีย ก้านชูเกสรตัวเมีย และรังไข่
ยอดเกสรตัวเมียมีรูปกลมสีขาวขุ่น มีท่อยาวลงไปที่รังไข่ซึ่งอยู่ติดกับฐานรองดอก
ภายในรังไข่มีไข่อ่อน
เมื่อเกสรตัวเมียพร้อมที่จะผสมเกสรจะมีเมือกเหนียวคล้ายแป้งเปียก
และเมื่อมีการผสมพันธุ์ไข่อ่อนภายในรังไข่จะเจริญไปเป็นเมล็ดต่อไป
5. ฝักหรือผล
มีลักษณะคล้ายบูมเมอแรงหรือเขาคู่เป็นฝักสองฝักอยู่ติดกัน
ปลายและโคนเรียวแหลมยาวประมาณ 10-30 ซม. ขั้วของฝักอยู่ตรงตะเข็บแนวเชื่อมระหว่างเขาทั้งสอง
ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อฝักแก่จะมีสีน้ำตาลอ่อนตะเข็บแนวเชื่อมจะแตกออก
ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ คล้ายเมล็ดข้าวเปลือก
มีขนสีน้ำตาลอ่อนเป็นพู่ติดอยู่ที่ปลายแหลมทั้งสองข้าง
ขนที่ปลายทั้งสองนี้จะช่วยให้เมล็ดปลิวไปตามลมได้ไกล
บทนำ
ชวนชม เป็นพรรณไม้ที่มีสีสันของดอกสวยงามสะดุดตา มีรูปทรงของต้นและกิ่งก้านที่สวยงามและอ่อนช้อยนุ่มนวล เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแห้งแล้งจนได้รับสมญาว่า Desert Rose หรือ "กุหลาบทะเลทราย" นอกจากนี้ชวนชมยังเป็นชื่อที่มีความไพเราะเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของคนไทย แม้แต่ชาวจีนซึ่งเรียกชวนชมว่า "ปู้กุ้ยฮวย" หรือ ดอกไม้แห่งความร่ำรวยก็ยังมีความหมายไปในทางสิริมงคลเช่นกัน
ชวนชมมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาค้นพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ
P.
Forskal ทางภาคตะวันออกของทวีปแอฟริกาแถบประเทศแทนซาเนียและเคนย่าราวปี
พ.ศ.2305 แต่กลุ่มนักพฤกษศาสตร์ในสมัยนั้นเชื่อว่าไม้ดอกที่พบเป็นเพียงลั่นทมพันธุ์ใหม่
และในราวปี พ.ศ.2357 นายโจเซฟ ออกัสต์ ซูลตส์ ( Josef
August Schultes ) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรียได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างชวนชมกับลั่นทม
จนเป็นที่ยอมรับว่า ชวนชมคือดอกไม้ชนิดใหม่
สำหรับในประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีผู้นำชวนชมเข้ามาปลูกเลี้ยงตั้งแต่เมื่อใด
แต่จากหลักฐานพอสันนิษฐานได้ว่า
มีการนำชวนชมเข้ามาปลูกเลี้ยงในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 70
ปีแล้ว โดยผ่านทางราชสำนักหลังการเสด็จประพาสต่างประเทศ
เพราะมีการพบเห็นชวนชมปลูกอยู่ในเขตพระราชวังและวังเจ้านายทั่วไป จากการสืบค้นของ
อาจารย์วิชัย อภัยสุวรรณ (ผู้เขียนหนังสือ
"ไม้ดอกและประวัติไม้ดอกเมืองไทย") ทราบว่า
อย่างน้อยที่สุดคนไทยรู้จักเล่นชวนชมมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระมเหสีองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ได้ทรงนำพันธุ์ชวนชมเข้าไปปลูกในพระตำหนักลักษมีวิลาศ
แต่ไม่มีผู้ใดทราบว่าทรงนำต้นชวนชมมาจากแหล่งใด แต่ที่ปรากฏแน่ชัดคือ พระองค์ประทานชื่อดอกไม้นี้ว่า
"ชวนชม"
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)








































